การเรียนพิเศษให้ได้ผล

posted on 15 Apr 2009 18:29 by babanaruto

วันนี้ก็เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของวันสงกรานต์( สำหรับเรา)เลยอยากจะเขียนเอนทรี่ที่มีประโยชน์ต่อชาวโลกสักหน่อย (ผลพลอยได้คือกระตุ้นความขยัน)

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า "การตั้งเอนทรี่นี้ไม่ได้รับผลประโยชน์จากใครเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะปลุกกระแสการเรียนพิเศษแต่อย่างใด"

ปัจจุบันการเรียนพิเศษนับได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของนักเรียนไทย บางคนก็ไปกวดตั้งแต่ชั้นอนุบาล บางคนก็ชั้นประถม บ้างก็ชั้นมัธยม แต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่ได้เรียนพิเศษ

เรื่องความเก่งหรือไม่เก่งนั้นจขบ.ของยืนยันเลยว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนพิเศษแต่อย่างใด มันขึ้นอยู่ที่"ตัวของผู้เรียน"ต่างหาก คนรอบตัวที่เราได้รู้จักมีทั้งคนที่เรียนพิเศษและไม่เรียนพิเศษซึ่งเค้าเหล่านั้นก็มีเคล็บลับคือความขยันกันทั้งนั้น

จากที่ไอ้บลาซังเรียนพิเศษมาตั้งแต่ชั้นประถม ไม่มีสถาบันสอนพิเศษที่ไหนที่เค้าบอกว่า "เมื่อเรียนเสร็จ คุณไม่ต้องทวนนะ แบบฝึกหัดก็ไม่ต้องทำเพราะเรียนที่นี่คุณเก่งอยู่แล้ว"  มีแต่"กลับไปต้องไปทวนนะ หาแบบฝึกหัดทำซะบ้าง บลาๆ"

จขบ.จึงขอรวบรวมมาไว้เพื่อความเข้าใจง่าย แม้มันจะไม่เป็นระบบเลยก็ตามที555+

 

1. กลับมาแล้วต้องรู้จักทวน ถ้าไม่ทวนสิ่งที่เรียนก็เท่ากับศูนย์
ไม่ต้องบอกก็ไม่มีใครไม่รู้ใช่ไหมล่ะ แต่ว่าจะให้ทำก็ยาก เราก็เลยมีเคล็ดลับให้
- แปะคำเตือนใจไว้รอบบ้าน คำพูดที่กระตุ้นแรงฮึดอะไรแบบนี้
- เพื่อนที่ดี เพื่อนที่ดีนี่คือเพื่อนแข่งกันเรียนนะขอรับ เราเองก็ยอมแพ้ความขยันของคนอื่นไม่ได้ใช่ไหมละ เห็นเพื่อนตอบเอาๆในห้องแล้วมันรู้สึกหมั่นไส้อะไรแบบนี้666+
- เป้าหมาย จขบ.มีคนที่เป็นเป้าหมายและฐานที่เราจะเอาไว้ปีนขึ้นไปค่ะ ความต่างที่ไม่สามารถลบล้างได้ก็คืออายุ (ลูกพี่ลูกน้องเราเองล่ะ) แต่ในทางกลับกันถ้าเราก้าวข้ามเค้าคนนั้นได้ เราก็จะเก่งขึ้นใช่ไหมล่ะ เห็นแบบนี้เราก็รักใคร่กับพี่เราดีนะฮ่ะ

2.การบ้านต้องทำด้วยนะ
ถ้าเราเปรียบตัวเองเป็นนักรบ แบบฝึกก็คือสนามรบค่ะ นักรบที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนเค้าก็จะเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง ถ้าใครรู้สึกว่าโจทย์ที่เรียนพิเศษให้มันยากก็ลองไปซื้อแบบฝึกหัดเพิ่มเติมดูทำเพิ่มเบสิคให้แน่น จะได้ทำโจทย์ที่ใช้เทคนิกยากๆได้ เห็นจขบ.พูดแบบนี้เราเองก็พยามทำแล้วแต่ว่ามันต้องอาศัยเวลาอยู่ดี ความสามารถระดับเราไม่สามารถทำโจทย์ยากๆคล่องได้ภายในอาทิตย์เดียวและมันก็เป็นปัญหาใหญ่ของเราตอนนี้555+

3.แค่การบ้านที่เรียนพิเศษมันไม่พอหรอก
คุณอยากเก่งระดับเทพใช่ไหม แค่โจทย์ระดับร้อยข้อในหนังสือเรียนพิเศษมันไม่พอหรอก ต่อให้คุณทำหลายๆรอบจนแม่นจนจำโจทย์และช้อยได้ทุกข้อ มันก็เเหมือนกบในกระลาครอบนั้นแหละ กรุณาไปหาโจทย์เพิ่มบ้าง ที่เราได้ยินมา ย้ำได้ยินมา คนที่เค้าเทพๆทำโจทย์กันวันละสองร้อยข้อและเป็นสองร้อยข้อที่ยากสุดๆ ไม่รู้ว่ามันจริงรึเปล่า แต่ที่เรารู้คือถ้าเราทำมากก็ได้มาก
**คำเตือน โจทย์ที่ดีคือโจทย์ที่คุณได้ทำ(จขบ.มันกำลังดองโจทย์ระดับหมื่นข้ออยู่555+)
:สารภาพตามตรง จขบ.ใช้วิธีจำแนว+วิธีทำโจทย์ที่เรียนพิเศษ ไม่ต้องทำได้ถูกหมดทุกข้อนะ แล้วไปเก็บปม(จุด)ด้อยที่โจทย์ที่เราหามาเพิ่มเอา เนื่องจากเวลามันไม่อำนวยและออกแนวขี้เกียจไม่สามารถรอจนทำถูกได้หมด

4.ยิ่งอ่านมากก็ได้มาก
คุณคิดว่าอ่านแค่ที่เรียนพิเศษมันพอเหรอ คิดว่าเรียนพิเศษเค้าสามารถสอนเนื้อหาปลีกย่อยทั้งหมดให้คุณได้หมดเหรอ ขอบอกว่าไม่มีทาง~ อาจารย์สอนที่เรียนพิเศษตามสถาบันคนแรกและคนเดียวที่เราเคารพจากใจจริง อ.เอกฤทธิ์ หมั่นบอกเสมอว่าให้ไปอ่านหนังสือข้างนอกด้วย และสิ่งที่คุณจะพบคือ
- เนื้อหามันไม่ตรงกัน สำหรับชีวะเรายึดที่เรียนพิเศษเป็นหลักเพราะเราว่ามันไว้ใจได้มากสุด ส่วนวิชาอื่นก็ชั่งน้ำหนักระหว่างเรียนพิเศษ หนังสือที่อ่าน อาจารย์ การเถียงกับเพื่อน และบอร์ดวิชาการที่ไว้ใจได้(กรณีที่มันเป็นปัญหาที่เราไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างแน่ชัด)
- เนื้อหาปลีกย่อยแปลกๆ ในบางเรื่องเราว่ามันไม่จำเป็นต้องจำ แต่แค่พอรู้หรือได้ดูผ่านๆตาก็พอ
- ทำให้เราจำได้แม่นขึ้น ภาษาหลายๆภาษาที่หนังสือแต่ละเล่มขียนจะเป็นภาษาเฉพาะบุคคลแนวใครแนวมัน ออกแนวแปลไทยเป็นไทย เมื่ออ่านมากคุณจะแปลภาษาแปลกๆได้เก่งขึ้น

5.จดShort Note
ตั้งแต่เรียนพิเศษอย่างเต็มภาคภูมิ ยอมรับเลยว่าเราไม่มีเวลามานั้งช๊อตโน้ต แต่จริงๆแล้วมันได้ผลมากๆเลยนะ ตอนช่วงม.4เทอมหนึ่งที่เราอ่านเองเกือบทุกวิชา(ยกเว้นเลขกับอังกฤษ) ช๊อตโน้ตเนี่ยช่วยเราได้มาก ทำให้เราแม่นขึ้น

6.ไฮไลท์ ปากกาสี โพสอิด
บรรดาของแพง แต่เราชอบนักแล มันช่วยให้เราชอบอ่านหนังสือมากขึ้นเนื่องจากมันเหมือนว่าเรากำลังนั่งทำงานศิลปะ(บ้าได้อีก) ที่สำคัญกรุณาอย่างใช้สีหลากหลายจนเกินไป มันจะทำให้เกิดอาการลายตา ซึ่งการลงสีจะสวยขนาดไหนมันก็ขึ้นอยู่กับการฝึกปรืของแต่ละคน
ส่วนโพสอิดเนี่ยเราใช้เมื่อจดจากที่เรียนพิเศษแล้วมันออกแนวลายตา ก็จดใส่โพสอิดอีกทีแปะไว้หน้าเดียวกัยตรงที่จดลายตานั้นแหละ พวกสูตรบางครั้งเราก็ใช้นะแต่ส่วนใหญ่จะใช้กระดาษA4พับครึ่งแล้วใช้ปากกาหัวใหญ่เขียนมากกว่า

7.มีสมาธิตอนเรียน
ใครกำลังลดความอ้วนหรือขี้เกียจกินข้าวเช้า กรุณาเลิกซะ!! เราไม่ขออ้างทฤษฎีชีวะอะไรทั้งนั้น แต่เราเจอมาด้วยตัวเราเอง กินข้าวเช้ามาแล้วรู้สึกหิวตอนเรียนภาคเช้าเสร็จ ขี้เกียจเดินไปหาอะไรกินเลยไปเรียนภาคสายต่อเลย พอเริ่มไปประมาณครึ่งชั่วโมงหิวโคตร~ สมาธิหดหาย

8.นอนให้พอ
เหมือนเตือนสติตัวเองอยู่เลยแฮะ ปกติเวลานอนอิ่มของเราอยู่ที่7-9ชั่วโมง ซึ่งเป็นอะไรที่มาก แต่เรากว่าจะทำอะไรเสร็จก็ปาเข้าไปห้าทุ่มต้องตื่นตีห้าครึ่ง มันเป็นอะไรที่ช่วยไม่ได้ก็เลยต้องหัดพยามตื่นเอาสุดท้ายก็ตื่นได้เพราะนาฬิกาชีวภาพมันปรับแล้ว แต่ขอนอนยันเลยว่าควรนอนให้เต็มอิ่ม

9.ก่อนอ่านต้องทำใจให้สบาย ให้รู้สึกสนุกกับการอ่านหนังสือ
- นั่งสมาธิ เบสิคสุดๆเลยใช่ไหมล่ะ มันช่วยได้จริงๆค่ะ  แต่เราไม่นั่งไปจริงๆหรอกนะ เราใช้วิธีฟังเพลงแล้วร้องตาม(แหกปาก)มันก็จะเกิดสมาธิ วิธีใครวิธีมันนะขอรับ
- เล่นเน็ต อย่าเล่นนานเกิน เรามักจะไม่ใช้วิธีนี้เพราะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ การเล่นเน็ตมันจะช่วยตัดความอยากที่จะเล่นของคุณ แล้วหัวคุณก็จะโล่งพร้อมที่จะรับรู้สิ่งใหม่ๆ ออกแนวตูอยากเล่นแล้วต้องได้เล่นก่อนอ่านหนังสือ555+

10.อย่าหักโหมจนเกินไป
เวลาอ่านก็ต้องรู้จักพัก รู้จักหลับรู้จักนอน(เหมือนกำลังด่าตัวเองอยู่) ห้ามหักโหมเด็ดขาด ลูกฮึดอย่างเดียวไม่พอหรอกนะคะ ต้องร่างกายแข็งแรงด้วย

11.ลงเรียนพิเศษต้องลงเองให้คุ้มค่าและเหมาะกับเราที่สุด
ใจเราต้องอยากลงเองไม่ใช่โดนบังคับ จขบ.เริ่มมีใจอยากเรียนเองจริงๆก็ช่วงม.4นี่แหละค่ะ ก่อนหน้านั้นเหมือนจะใช่แต่ก็ไม่ใช่ ตัวเราที่เป็นคนจัดเวลาลงเองก้จะรู้จุดอ่อนรู้ขีดจำกัดของตัวเองทำให้ลงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญอย่างลงถึกจนเกินไปไม่มีเวลาทวนแบบนั้นไม่ดี

 

สรุป สิ่งที่ต้องใช้ "ความขยันที่สม่ำเสมอ ลูกฮึกที่มีอันล้นหลาม และการจัดเวลา"

 

[มันเหมือนจะไม่ครบ แต่ว่าเขียนมาถึงตอนนี้มันตันแล้ว จบตรงนี้เลยแล้วกัน]

จากเด็กที่เก่งขึ้นได้จากความขยันหัวปานกลางถึงย่ำแย่ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อใครหลายๆคน
(ที่เห็นเขียนๆมาขนาดนี้ เราเองก็ทำได้ไม่ถึง100%นะคะ กำลังงุ่มง่ามอยู่ที่50%)

 

ปล.หวังว่าจะมีคนเม้นนะ รู้สึกจะวิชาการเกิน555+ 

--------------------------------------------------

เราเปลี่ยนเพลงตรงไซต์บาร์ใหม่แล้วนะ

Real Faceเวอร์ชั่นAcapellaของคัตตุน ฟังแล้วรู้สึกถึงความอลังการของเสียงอีจินแล้วก็คาเมะ ฟังบีทบ็อคนากะมารุชัดขึ้น พี่คิแร้ปเพราะดี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หวัดดีครับ

แวะมาทักทายครับ


ห้าห้าห้า

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#1 By สายป่า on 2009-04-15 20:24

จริงนะ เรียนแล้วเทคนิคต้องดีด้วยconfused smile Hot!
อยากให้ลองอ่าน http://silverstar.exteen.com/20090303/why-study ดูครับ อันนี้เขียนไว้นานแล้ว
แต่ระดับ จขบ. ผมว่าน่าจะเรียนเก่งน่าดูเลยนะเนี่ยconfused smile

#2 By Nerd de Scriptorus on 2009-04-15 20:32

สู้สู้นะค่ะ เด็กเตรียมเอนท์ ^^
เห็นด้วยทุกข้อเลย
สมัยนี้เป้นเรื่องธรรมดามากก้จริง
แต่อย่าทิ้งการเรียนในโรงเรียน
แล้วเทให้แต่ที่เรียนพิเศษนะ

ข้อ5และ6ได้ผลจริงๆ
ใช้ปากกาสีและช๊อทโน๊ตลงโพสอิทให้สวยๆ
เราเองเป็นคนขี้เกียจอ่าน อ่านทีแทบหลับ
เลยใช้วิธีอ่านไป ช๊อทโน๊ตลายมือบรรจงไป วาดรูปประกอบไปตั้งแต่เด็ก
ยืนยันได้เลยว่าทำแบบนี้พอนั่งสอบ
ทุกอย่างจะโผล่มาในหัวเป็นลายมือเราเลย

ที่สำคันอย่าหักโหมม เหลือเวลาตั้งปีแน่ะ
ปีหน้าขอให้เข้าคณะที่ตั้งใจได้สำเร็จนะ
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#4 By sunnysunday:) on 2009-04-15 21:15

เคยกวดวิชาครั้งเดียวตอน ม.3 เรียนแล้วไม่เคยทวน แถมเรียนกันเร็วอีกตะหาก ตามก็ไม่ค่อยทัน สรุปว่าเสียตังค์ไปแล้วเราไม่ได้อะไรเลย ฮา
(แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ไปกวดวิชาอีก = =')

จริงๆเราว่าข้อสำคัญมันก็อยู่ที่อ่านให้เข้าใจ แล้วไปทำโจทย์นั่นแหละ พอทำโจทย์แล้วจะได้รู้จุดอ่อนตัวเอง แล้วก็พยายามทำความเข้าใจอีกรอบ รับรอง ปึ้ก!

ไฮไลท์เราใช้ทีเดียว 6 สีล่ะ 55555
ชอบใช้เป็นคู่ๆด้วย แบบชมพูคู่เขียว ส้มคู่เหลือง
เวลาทำข้อสอบก็มีบ่อยที่จำได้ว่าไฮไลท์ไว้เป็นสีอะไรในหนังสือ ฮา
(แต่จำแบบนี้ไม่นานก็ลืม T T)

สู้ๆนะ double wink
แล้วก็ให้จ้า Hot! Hot!

ป.ล. Real Face เวอร์ชั่นนี้ ตอนฟังครั้งแรกหลงรักเสียงจินไปเลย cry

#5 By ::Materia Hunter::^^ on 2009-04-15 21:30

เห็นด้วยๆๆๆ

เป็นกำลังใจให้เจ้าของบลอกสู้ๆเช่นกานน้า

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

จะคอยรับน้อง (ตัวเองยังไม่ติดเลย55)confused smile
โอว ๆ ดี ขอเอาไปให้หลานอ่านน่ะคับ

open-mounthed smile

#7 By kitipan on 2009-04-16 02:50

ไม่ทวน ไม่ได้อะไร จริงๆ

จริงๆพี่ก็พิสูจน์มาแล้วทุกข้อ! 55+ จริงหมดเลย หึๆๆ

เอาไปเป็นพยานปากเอกยืนยันก็ได้นะ sad smile ว่าจะเขียนเอนทรีเกี่ยวกับเรื่องโรงเรียน การเรียนมัธยมทิ้งท้ายเหมือนกัน

..เฮ่อ แก่แล้วนะเรา sad smile
สุดท้ายนี้ เอา Hot! ไปเลยย

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ

#8 By vinn* on 2009-04-16 09:22

กร๊ากกกก ข้อ8 ทำบ่อยสุดครับ ยิ่งตอนสอบเนี่ยนอนทั้งวันทั้งคืน

#9 By Tsukime on 2009-04-16 10:18

Hot!
มีประโยชน์มากเลยฮะ confused smile

#10 By [M]egi on 2009-04-16 17:40

การเรียนพิเศษเป็นอะไรที่ไม่คิดจะเรียนเลยค่ะ ฮา
เพราะรู้ตัวว่าไปเรียนยังไงเราก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ผลการเรียนคงไม่ดีขึ้น sad smile

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ~ ดอกมะลิ

#11 By thingth on 2009-04-16 18:12

ทุกข้อนี่ถูกที่สุดเลยค่ะ อยากให้เพิ่มอีกข้อว่า "อย่าโดด!" เราไม่ได้ไปเรียนหรอกค่ะ(เราเรียนไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่sad smileเพราะทำไม่ได้บางข้อนี่แหละ) เลยอ่านเองไม่ได้เรียนแล้ว แต่ว่าจากที่เห็นเพื่อนบางคนไปเรียนเพราะอยากไปเที่ยว เลยทำให้เหงื่อตกแทนsad smile

#12 By Berzentyle~* on 2009-04-16 18:24

ขอกราบ จขบ. งามๆหนึ่งทีconfused smile
ที่ช่วยสร้างแรงฟิตฮ่าๆ

ที่จริงทุกข้อดูเหมือนจะรู้อยู่แกใจแล้วว่าควรจะทำ
ถ้ายังอยากเก่งแบบคนอื่นเค้า

แต่......แต่......แต่......และแต่
มันยังหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ในหลายๆข้อ
ฮ่าๆๆๆ แต่เราก็จะพยายามต่อไปนะbig smile

สู้ๆ!

#13 By PimmieMiz on 2009-04-16 18:31

อะโดนค่ะ
วิธีใช้ได้ ><Hot! Hot!
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#14 By ลิงหกกะล้ม on 2009-04-16 18:32


เราว่าสำคัญที่สุดคือต้องสนุกกับการเรียน
ยิ่งสนุกยิ่งจำได้นะ

กวดวิชาเราเคยเรียนสมศรีกับดาว้อง
อย่างละคอร์ส
แต่ไปคอร์สละไม่เกิน 6 ครั้ง
(เสียดายเงินพ่อแม่จริงๆ เอาให้นังนี่ไปเรียน)

แต่ได้แค่หนังสือเรียนก็คุ้มแล้ว โดยเฉพาะดาว้อง
เพราะมันสรุปเนื้อหาทั้งหมดที่เรียน
(พูดเหมือนอ่าน ก่อนสอบโอเน็ตก็ไม่อ่านอยู่ดี ๕๕ )
เราว่าเรียนกวดวิชาเป็นแค่การเรียนเพื่อทบทวนมากกว่า



ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#15 By atom on 2009-04-16 18:32

รุ้ว่าตัวเองต้องการอะไรนั่นแหล่ะดีที่สุดbig smile

#16 By Paa orKant on 2009-04-16 18:34

บางที่อาจารย์กวดวิชา สั่งการบ้านเยอะเกิน ทำไม่ไหว




5555



ชอบปล่อบช้าด้วย เลยไปเรียนอย่างอื่นไม่ทัน




ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆครับ



ปกติผมเรียน ปากกา ไม่เกิน 2 สี


เดี๋ยวผมจะเอาสีรุ้งไปแหละ


5555

#17 By Kul on 2009-04-16 18:37

เท่าที่ผ่านประสบการณ์มา
เราทำแทบทุกข้อ ยกเว้น ปากกาสีกะโพสอิท รำคาญ sad smile
Hot! Hot!

#18 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-04-16 18:58

ถ้าตั้งใจเรียน รู้สึกขวนขวาย พยายาม บางครั้ง การเรียนพิเศษก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ขอให้สมหวังนะคะconfused smile confused smile Hot!
ปรางเองตอนแรกก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่หรอกค่ะเรื่องเรียนพิเศษเนี่ย
แต่พอหลัง ๆ มาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยเข้าใจบทเรียนเท่าไหร่เลยลงเรียนพิเศษเพิ่มเติมน่ะค่ะ จะเรียนแค่วิชาที่ชอบแต่ไม่ค่อยเข้าใจนัก ซึ่งก็ได้ผลเกินคาดจริง ๆ ค่ะ
ตอน ม 1. ได้3.75 ตอนนี้ม.2เกรดออกแล้วได้ 4 ทั้ง เทอมค่ะbig smile
แต่อย่างที่ว่านั่นแหละค่ะ
มันก็ต้องพักผ่อนให้ร่างกายพร้อมไปด้วยที่คัญคือความขยันของแต่ละคน
เห็นด้วยกับเอนทรี่นี้ค่ะbig smile Hot! ขันน้ำ ขันน้ำ
สู้ๆนะเหล่าเด็กเตรียมเอนท์

เค้าหลุดพ้นแล้ว~confused smile Hot! ขันน้ำ
อ่านแล้วเห็นด้วยอย่างมาก
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาตลอด

แต่ที่สำคัญกับเรามาที่สุดคือ
นอนให้พอกับอย่าหักโหมมากเกินไป
เราไม่เคยอ่านหนังสือเกิน 4 ทุ่ม
เพราะไม่งั้นจะนอนไม่พอ 55+
แต่ว่าก็ไม่ใช่เริ่มอ่านตั้งแต่ 3 ทุ่มนะ 55+

ส่วนปากาสีนี้แทบจะซื้อมาสะสมเป้นคลอลเคชั่นเห๊อะ
มีจะครบทุกสีสีละหลายยี่ห้อ
ไม่รุ้ทำไมเมหือนกันแต่ใช้แล้วมในได้อารมณ์ 55+

สำหรับเราก็ลงเรียนพิเศษให้ครบตั้งแต่ ม.4 ม.5
พอขึ้นม.6เราก็ไม่เรียนพิเศษเลยค่ะ
อ่านเอง ทบทวนเอง 1 ปีเต็ม

มันก็แล้วแต่คนหล่ะนะ

#22 By KIHAER♥ZM on 2009-04-16 20:10

เห็นด้วยๆๆ ถ้าทำได้ตามนี้ล่ะ รับรองรุ่งแน่!

(แต่แน่นอนว่าผมทำไม่ได้ ถึงต้องนั่งกลุ้มตอนเลือกคณะอยู่นี่ไง )

#23 By [ Sai ];charot on 2009-04-16 20:10

อ่า
ลืมให้ดราก้อนบอล ค๊า
Hot! Hot! Hot!

ปล.ชอบเรียลเฟคเวอร์ชั้นนี้มากๆ

#24 By KIHAER♥ZM on 2009-04-16 20:12

เราชอบอ่านหนังสือตอนกลางคืน มันอ่านแล้วได้อารมณ์โดยเฉพาะหนังสือเรียน อ่านกลางวันไม่ได้ มันไม่รู้เรื่องเลย

ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#25 By ฉัน ชื่อ ยีน on 2009-04-16 20:15

จริงจนน่ากลัวมากๆเลยค่ะ 555

แต่ขอเพิ่มนะคะ การทำมายแม้บปิ้งก็ช่วยมากๆกับวิชาที่แตกหัวข้อเยอะๆแบบชีวะ ทำให้เราไม่สับสนเวลาจำด้วยค่ะ :]

ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

แถม Hot!

#26 By peachtje on 2009-04-16 20:18

ตั้งเป้าหมายได้ผลชะงัดนักแล
จะบอกให้ลองมาแล้ว

ปากกาสีก็โอ ทำให้รู้สึกอยากอ่านมากขึ้น
เอาเป็นว่าตั้งใจเรียนแล้วกันน้า open-mounthed smile

#27 By [B]luefat[E] on 2009-04-16 20:24

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!


เห็นด้วยอย่างมากค่ะ
เพราะเราพั้นช์เองก็เรียนเช้า-เย็นเลยอ่า
เห็นด้วยทุกข้อนะคะ
การเรียนพิเศษต้องมาจากที่เราอยากเรียน
ไม่ใช่โดนบังคับ ถูกต้องที่ซู้ดดด ด ><

#28 By c о ι о υ я ғ υ ι ♥ on 2009-04-16 20:31

เพิ่งฮึดจะขยัน ก็ช่วงก่อนสอบเข้า ม.4 นี่แหละ สุดท้ายไม่ติดก็ขี้เกียจต่อ = =;

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ Hot!

#29 By cartoonst on 2009-04-16 20:43

บางครั้งมันก็อยู่ที่ตัวเด็กอะเนอะ

#30 By Nresnas on 2009-04-16 20:58

เอ่อ ,,

รู้อยู่แก่ใจ

แต่ไม่เคยทำ

ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำนะคะ

แต่ทำไม่ได้ต่างหาก

sad smile

#31 By ~*bLaCk TeAr*~ on 2009-04-16 21:10

การเรียนพิเศษนั้น มันมีก็ส่วนช่วยในการเรียนนะครับ
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ ตัวเราเอง ว่าจะตั้งใจสม่ำเสมอรึไม่เท่านั้นเอง Hot!

#32 By ผมคนเลวครับ on 2009-04-16 21:18

จริงๆเราเป็นคนไม่ค่อยสนับสนุนการเรียนพิเศษ(คนในห้องมันเรียนกันเยอะจนน่าหมั่นไส้) แต่ก็ต้องเรียนเพราะความขี้เกียจของตนเอง 555+
วิธีดีค่ะ แต่ที่สำคัญคือความขยันจริงๆนั่นแหละ

สู้ๆนะคะ cry
ป.ล.กะลานะคะ แก้ด้วยsad smile อิอิ
Hot! ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ

#33 By Hirumi Arika on 2009-04-16 21:19

เรียก ลูกชายมาอ่านก่อน..
big smile

#34 By MomMom on 2009-04-16 21:21

เรียนพิเศษ กับอ่านเอง

น่าจะต่างกันตรง เทคนิคการจำ เทคนิคที่เขาให้มามากกว่า

แต่คนที่ไม่เรียน เขาอ่านเองก็จับเทคนิคนั้นได้ในตัว
ถ้าคนทั่วไปอาจช้ากว่า แต่คนเก่งคงเท่ากัน

#35 By KC_CRUSH on 2009-04-16 21:27

Hot!

สู้ๆครับ ที่สำคัญคือต้องรู้จักตัวเองครับ

ขอให้จขบ.เข้าคณะที่อยากเข้านะครับ

#36 By B-rz on 2009-04-16 21:40

เยี่ยมเลยค่ะ big smile
การเรียนพิเศษจะได้ผลแบบพิเศษ ก็ต้องขึ้นอยู่กะเราด้วยเนาะ

#37 By Bluemoon on 2009-04-16 21:51

เราพยายามตั้งใจเรียนแล้วน้าาา

แต่พอเข้าห้องทีไรเราก้อง่วงทุกทีเลยsad smile

เหอะๆๆ

จาลองไปใช้ดู

ขอบคุลคร้าาาาาา

#38 By BuNgKeE on 2009-04-16 21:56

ดีจ้า ทำอะไรไม่เปนเลยอ่า

เลยเข้ามาอ่าน question

#39 By ChAnA YoY on 2009-04-16 22:38

ขอบคุณค่ะ

จะพยายามทำโจทย์ ๆ ๆๆ

#40 By J`dEar on 2009-04-16 22:39

ม ปลาย ผมไม่ได้เรียนพิเศษเลยsad smile
รุ้สึกไม่ชอบการถูกอัดรวมในห้องๆหนึ่ง...

ปล.เขาว่ากันว่า
เรียนเสร็จ ควร discuss กับเพือ่นอย่างสม่ำเสมอbig smile

#41 By sage_nu on 2009-04-16 22:41

เพิ่มอีกข้อได้ไหม
เรียนแล้วอย่าโดดพร่ำเพื่อ เสียดายตังค์แทน

ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot!

#42 By @o*Tangmae*o@ on 2009-04-16 22:57

big smile big smile

#43 By (^_^)/nana on 2009-04-16 23:01

ศึกษาไว้สำหรับขึ้นม.ปลาย= =bHot!

#44 By Cocoaharry_Demmy on 2009-04-16 23:38

โห สุดยอดเลยค่ะ

เนื้อหาสาระดีมากๆ


แต่จริงๆแล้วก็ทำไม่ค่อยจะได้ แหะๆ sad smile


คิดถึงจังเลยน้า ตอนเอนทรานซ์ 555+

#45 By *~ll++ nolvlina ++ll~* on 2009-04-16 23:54

เป็นสิ่งที่เราก็รู้ แต่ไม่เคยทำเลย จนเอนท์เสร็จแล้ว
ทำได้เป็นพักๆ แย่มาก sad smile
แต่ขึ้นมหาลัยแล้วก็ยังใช้ได้เนอะ surprised smile


ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

ปล. BGM สะดุ้งกันเลยทีเดียว อะแคปเปล่าที่ไม่คุ้นเคย
คุ้นกับเวอร์ชั่้นเดิม

#46 By Nina* on 2009-04-17 01:21

อืม... คึดถึงเพลงเรียวเฟก 55555

เก้านะต้องใช้สมาธิในการเรียนให้มากที่สุด
เป็นคนชอบจดชอทโน๊ตมาก
แต่มันไม่ดีตรงว่า ไม่กลับมาทบทวน -*-

แต่ไม่ค่อยได้เรียนพิเศษ โอ้วววsad smile

#47 By gaao on 2009-04-17 08:56

ความขยันเท่านั้น ทำได้ทุกอย่าง แต่ผมไม่มี 5555

#48 By อ่านข่าว (118.172.67.93) on 2009-04-17 08:59

มีประโยชน์มากมายก่ายกองHot!

#49 By pbmath on 2009-04-17 10:23

Hot!


เป็นเอนทรี่ย์ดีมากเลยครับบ
ฮ่ะๆ
ผมเองก็จะพยายามเหมือนกัน


ปล. พอเค้าบล๊อกปุ๊บ..

เฮ้ย! เรียลเฟส.. ไม่ได้ฟังนานมากก
นั่งฟัง.. เพราะหว่ะ
ฟังจบ.. อ่านบล็อก
(หัวเราะ) 555 confused smile

#50 By Daisuke*-0- on 2009-04-17 10:42